ประวัติอำเภอบุ่งคล้า

historybungkla

เมื่อปี พ.ศ. 2453 ที่บ้านหนองเดิ่นทุ่ง (หมู่ที่ 2,3 ในปัจจุบัน) มีผู้นำหมู่บ้านชื่อ นายเคน ประเคนคะชา เป็นกำนันตำบลหนองเดิ่น ในสมัยนั้นราษฎรในหมู่บ้านหนองเดิ่นทุ่งต่างก็ทำมาหากินด้วยความผาสุกตลอดมา ประชากรในหมู่บ้านก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็ทำมาหากิน ทำไร่ ทำนา ทำสวน ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และได้ถางป่าจับจองเป็นที่ทำกินไปในทิศทางต่างๆ ของหมู่บ้านตามขีดความสามารถของตัวบุคคล มีราษฎรจำนวนหนึ่งได้ถางป่าลงมาทางทิศใต้ ทิศตะวันออกตลอดแนวริมฝั่งโขง มีการถางป่ามาเรื่อยๆ จนถึงปากห้วยสหายด้านเหนือ (ฝั่งขวา) ต่อมาปี พ.ศ. 2480 นายเคน ประเคนคะชา ซึ่งเป็นกำนันอยู่ในสมัยนั้นได้ลาออกจากการตำรงตำแหน่ง ก็ได้มีการเลือกกำนันใหม่ ได้นายพันธ์ ป้องกัน เป็นกำนัน ก็ได้มีการพัฒนาตำบลให้เจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา
ด้วยปี พ.ศ. 2464 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานให้ กำนันพันธ์ ป้องกัน เป็น “ ขุนกระจ่างหนองเดิ่น” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา คำว่า กำนันพันธ์ ป้องกัน ก็ค่อยๆ จางไปไม่คุ้นหูของราษฎรในหมู่บ้านและตำบล เพราะชาวบ้านเรียกกำนัน ว่า “ กำนันขุนกระจ่าง” กำนันขุนกระจ่างได้นำพาราษฎรในหมู่บ้านและตำบลพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น ปกครองหมู่บ้านด้วยความสันติสุข ร่มเย็นตลอดมา
กาลต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2472 บ้านหนองเดิ่นทุ่งที่กำนันขุนกระจ่างปกครองอยู่นั้น ก็ได้เกิดโรคระบาด (อหิวาตกโรค) ท้องร่วงอย่างรุนแรง ราษฎรในหมู่บ้านเสียชีวิตลงเรื่อยๆ ด้วยโรคดังกล่าว จนถึงขั้นบ้านแตกสาแหลกขาด เกิดการอพยพของราษฎร อีกทั้งกำนันเองก็พาญาติพี่น้อง ประมาณ 10 หลังคาเรือน ย้ายมาตั้งบ้านเรือนขึ้นใหม่ทางริมฝั่งห้วยสะหายด้านเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ ทำนา ทำสวน ที่ทำอยู่ก่อนแล้ว ในขณะนั้นทางด้านฝั่งห้วยทางทิศใต้ของห้วยสะหาย (หันหน้าสู่แม่น้ำโขง) จะเป็นฝั่งขวามือมีร้านค้าร้านหนึ่งทำการค้าขายอยู่ก่อน เป็นร้านของชาวจีนฮ่อ ชื่อ “นายกอจอง ห่วงวางจาง”
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา บ้านเรือนก็ได้เจริญขึ้นมีราษฎรจากถิ่นอื่นๆ อพยพเข้ามาในหมู่บ้านมากขึ้น ช่วงแรกๆ หมู่บ้านตั้งขึ้นใหม่นี้ยังไม่มีชื่อเรียกที่แน่นอน บางคนบางหมู่บ้านก็เรียกว่า “บ้านห้วยก้านเหลือง” เห็นจะเป็นเพราะว่ามีต้นก้านเหลือง อยู่บริเวณริมฝั่งโขงหน้าบ้านกำนันขุนกระจ่าง บางคนก็เรียก “บ้านท่าสำราญ” จะเป็นเพราะว่าหมู่บ้านตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง มีทิวทัศน์สวยงาม คือ ฝั่งซ้ายประเทศลาวมีภูเขาและปากแม่น้ำกระดิ่งใสไหลเย็นมองเห็นอยู่ตรงหน้า ตอนเช้าๆ จะได้ยินเสียงชะนีร้องโหยหวนชวนให้เบิกบานสำราญใจยิ่งนัก แต่กำนันไม่ยอมให้เรียกอย่างนั้น ให้เรียกว่า “บ้านบุ่งคล้า” เพราะมีหนองน้ำอยู่ระหว่างบ้านบุ่งคล้าทุ่ง กับ บุ่งคล้ากลาง มีต้นคล้าเกิดเต็มไปหมด โดยได้ถือนิมิตหมายที่ชาวบ้านบุ่งคล้าทุ่ง ได้อพยพมาจากบ้านนาถ่อน (ซึ่งเป็นหมู่บ้านร้างทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน) มาตั้งอยู่ก่อนแล้วประมาณ 2-3 ปี เรียกตัวเองว่า “ บ้านหนองคล้า” (ปัจจุบันเป็นที่นาไปหมดแล้วและเป็นที่สร้างของชุมสายโทรศัพท์ทางไกลชนบทในปัจจุบัน)
และที่บ้านบุ่งคล้าเหนือในขณะนั้นกลางลำน้ำโขงจะมีหาดทรายขึ้นริมฝั่งแม่น้ำโขงจะมีบุ่ง (อ่าว) ก็เลยเอาคำว่าบุ่งคำนี้มารวมกับคำว่า คล้า ตั้งเป็นชื่อหมู่บ้าน คือ บ้านบุ่งคล้ากลาง,บ้านบุ่งคล้าทุ่ง,บ้านบุ่งคล้าเหนือ เป็นหมู่บ้านเดียวกันเรียกว่า “บ้านบุ่งคล้า” โดยที่มีกำนันขุนกระจ่างเป็นผู้ปกครองตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หลังจากที่ได้ตั้งชื่อหมู่บ้านแล้ว กำนันขุนกระจ่างก็ได้ปกครองลูกบ้านในตำบลหนองเดิ่นมาจนถึงปี พ.ศ. 2478 กำนันขุนกระจ่างจึงได้ลาออกจากราชการ นับเวลาที่ดำรงตำแหน่งเป็นกำนันตำบลหนองเดิ่นได้ 18 ปีเต็ม
ต่อมาราษฎรในตำบลหนองเดิ่นได้เลือกกำนันคนใหม่อีกครั้ง ซึ่งได้นายตู้ อะโคตรมี เป็นกำนัน กำนันตู้ อะโคตรมี ได้พัฒนาหมู่บ้านและตำบลหนองเดิ่นให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น จนถึงปี พ.ศ. 2489 กำนันตู้ อะโคตรมี ได้ลาออก ราษฎรในตำบลหนองเดิ่นก็ได้เลือกกำนันคนใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยได้นายหอม (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นกำนันปกครองเป็นระยะเวลา 2-3 ปี คือปี พ.ศ. 2490 – 2491 จึงได้ลาออกจากราชการ
ราษฎรตำบลหนองเดิ่นจึงได้เลือกตั้งกำนันใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ นายกอง นะคะรังสุ เป็นกำนันคนต่อมา และปกครองราษฎรตำบลหนองเดิ่นเป็นเวลา 6-7 ปี คือปี พ.ศ. 2497 จึงได้ลาออก ราษฎรจึงได้เลือกกำนันใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ นายเจริญ ป้องกัน ซึ่งท่านผู้นี้เป็นบุคคลรุ่นใหม่เป็นนักพัฒนา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทันต่อเหตุการณ์บ้านเมือง มีผลงานที่สำคัญมากมายที่จะขอกล่าวในที่นี้ คือ การริเริ่มขอกิ่งอำเภอบุ่งคล้า ซึ่งก็ได้ริเริ่มในสมัยของท่านการขอโรงเรียนมัธยมศึกษาก็ได้เริ่มในสมัยของท่าน ท่านได้ปกครองพัฒนาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอดได้รับความร่วมมือจากราษฎรในหมู่บ้านและตำบล จนถึงปี พ.ศ. 2522 กำนันเจริญ ป้องกัน ก็ได้เกษียณอายุราชการ รวมเวลาที่ท่านปกครองเป็นเวลา 25 ปีเต็ม
จึงได้มีการเลือกตั้งกำนันคนใหม่ ได้นายมีชัย ผลจันทร์ เป็นกำนันซึ่งท่านก็ได้สานงานต่อจากกำนันเจริญ ป้องกัน คือ ขอกิ่งอำเภอบุ่งคล้าร่วมกับคณะกรรมการสภาตำบลซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุงหมู่บ้านให้เข้ากับเงื่อนไขการขอกิ่งอำเภอ จึงได้แบ่งแยกบ้านบุ่งคล้าออกเป็น 3 หมู่บ้าน คือ บ้านบุ่งคล้า หมู่ที่ 1 บ้านบุ่งคล้าทุ่ง หมู่ที่ 12 บ้านบุ่งคล้าเหนือ หมู่ที่ 13 ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ซึ่งแต่ละหมู่บ้านก็ได้เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน
โดยบ้านบุ่งคล้าได้เลือก นายชาญชัย อังคณา เป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้ 2 ปี ก็ลาออกไปทำงานราชการ ชาวบ้านจึงได้เลือกผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ได้ นายสมบัติ ป้องกัน เป็นผู้ใหญ่บ้าน
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2533 กระทรวงมหาดไทยก็ได้ประกาศแต่งตั้งบ้านบุ่งคล้าให้เป็นตำบลบุ่งคล้า ซึ่งแยกการปกครองออกจากตำบลหนองเดิ่น และบ้านบุ่งคล้าได้เปลี่ยนหมู่อีกครั้งหนึ่ง เป็น บ้านบุ่งคล้าหมู่ที่ 1 บ้านบุ่งคล้าทุ่งหมู่ที่ 2 บ้านบุ่งคล้าเหนือหมูที่ 3 บ้านนาจานหมู่ที่ 4 บ้านดอนจิกหมู่ที่ 5 บ้านดอนแพงหมู่ที่ 6 บ้านขามเปี้ยหมู่ที่ 7 บ้านซำบอนหมู่ที่ 8 บ้านโนนสะอาดหมู่ที่ 9 เป็นตำบลบุ่งคล้า อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2533 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศแต่งตั้งตำบลบุ่งคล้า เป็นกิ่งอำเภอบุ่งคล้า เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2534 ชาวกิ่งอำเภอบุ่งคล้าก็ได้เอาที่ทำการสภาตำบลบุ่งคล้า (ปัจจุบันคือที่ทำการ อบต.บุ่งคล้า) เป็นที่ทำการชั่วคราวของกิ่งอำเภอบุ่งคล้า ตำบลบุ่งคล้าจึงได้เปลี่ยนจากอำเภอบึงกาฬเป็นกิ่งอำเภอบุ่งคล้า
กำนันมีชัย ผลจันทร์ ได้ปกครองราษฎรตำบลบุ่งคล้าจนเกษียณอายุราชการ จึงได้มีการเลือกตั้งกำนันอีกครั้ง ซึ่งมีผู้สมัครชิงตำแหน่ง 5 คน ผลการเลือกตั้งได้ นายทวีศักดิ์ โคตรรัตน์ เป็นกำนันตำบลบุ่งคล้าคนใหม่ และเป็นกำนันคนที่ 2 ของตำบลบุ่งคล้า เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2535 ในส่วนบ้านบุ่งคล้าหมู่ที่ 1 ผู้ใหญ่สมบัติ ป้องกัน ได้เกษียณอายุราชการในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 จึงได้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ได้นางพิสมัย อำคา เป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา จนครบวาระ 5 ปี จึงได้เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านอีกครั้ง และผู้ใหญ่พิสมัย อำคา ได้รับเลือกตั้งอีกสมัย และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน

Comments (3)

 

  1. Alisa says:

    ดูท่าทางผู้เขียนจะหลงรักในมนต์ขลังและมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำโขงเอามาก ๆ น่าชื่นชมเลยทีเดียว “It very wonderful”

  2. admin says:

    ชอบครับออกซิเจนเยอะดี

  3. เพชรชมภู says:

    ชอบมากครับ ตอนเด็กๆ ไปหากินหมากหวด – ขุดเบ้า – หารังมิ้ม แถวฟากโนนที่ฝังศพ ตากอจอง กลัวก็กลัว แต่เด็กๆไปหลายคนก็สนุกดีครับ สมัยเรียนไปตัดไม้คล้าขาย กิโลละ 3 บาท ได้ค่าสมุดค่าขนมด้วย ปลาคูน ปลาเคิง ปลาแข้ ปาเลิม ตัวโตๆ เยอะแยะมากมาย เดี๋ยวนี้หน้าบ้านน้ำตื้นเขิน เป็นหาดทรายไปหมดแล้ว…

Leave a Reply




Power by : Mr.SUGUN MALITON :: : sugunxp@hotmail.com