แฟนเพจ บุ่งคล้า.com

สำหรับผู้อ่าน….ทุกท่านที่ต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยประชาสัมพันธ์ บล็อกที่เป็นสื่อกลางในการนำเสนอเรื่องราวสำหรับชาวอำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ หากท่านมีบัญชีของ Facebook.com
เพียงท่านคลิ๊กที่ Like บริเวณ Side bar ด้านขวามือของบล็อก เท่านี้เรื่องราวต่างๆ ในบล็อกแห่งนี้จะถูกส่งประชาสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว
ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วม
เส้นทางสายทอง…(Road for Gold)

ความหลากหลายของเส้นทางที่ยากจะขีดเส้น กำหนดเดินไปตามแต่ใจปรารถนา มีปัจจัยหลากหลายที่กำหนดการย่างก้าวนั้น จะด้วยเหตุผลที่ขีดให้ดำเนินไปอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่่งที่พอจะนำมากล่าวในห้วงอารยธรรมแห่งการทำมาหากินของคนกลุ่มหนึ่งในพื้นที่อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย
คือ เส้นทางสายทอง ที่เป็นตัวกำหนดแหล่งรายได้ของชาวอำเภอบุ่งคล้า พวกเค้ารวมกลุ่มกันอย่างน่าประทับใจ การใช้เส้นทางนี้เป็นประจำนำมาซึ่งนวตกรรม พื้นทรายที่รถวิ่งผ่านได้ยาก ชาวบ้านได้นำฟางข้าวมาโรยเพื่อเพิ่มความหนาแน่นให้กับพื้น ยกรถไถนา พร้อมเรืองลากจูง ที่ลงสู่พิกัดแห่งเส้นทางได้โดยง่าย บทสะท้อนคงเป็นความสามัคคีสร้างโดยแท้
แต่อย่างไรก็ดี ความยั่งยืนของการก้าวเดินดังกล่าวอยู่ส่วนไหนนั้น ผู้เขียนคงไม่อาจตอบแทนได้ หากขึ้นแต่ผู้ปฏิบัติ แนวนโยบาย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ที่จะยกระดับรูปแบบข้อตกลงการทำการค้าต่างๆ ให้เป็นไปเพื่อความยั่งยืน หล่อเลี้ยงปากท้องผู้สร้างนวตกรรมทั้งหลายนี้
การลำเลียง ส่งรายได้เข้าอำเภอบุ่งคล้าด้วยถนนสายเล็กๆ นี้ มูลค่า หลายล้าน….เลยพี่น้อง….
ทิ้งประเด็นสั้นๆ หลังจากหายหน้า หายตาไป เขียนบล็อกแห่งอื่นๆ ที่มีมากจนล้นมือนั่นแล…..(แต่อย่างไรก็ดี ยังคงเขียนบล็อกแห่งนี้เพื่อชาวอำเภอบุ่งคล้าต่อไป)
วิดิโอบรรยากาศ..ริมโขงที่บุ่งคล้า
เป็นที่ทราบ คุ้นเคย และเข้าใจดีสำหรับประชาชนชาวอำเภอบุ่งคล้า ว่า ช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีลมที่พัดผ่านช่องภูเขาฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน กระทบผิวน้ำ ชายฝั่งในระแวกนี้ให้เย็นฉ่ำ ไปจนถึงหนาวเหน็บ ปี 2553 นี้ เท่าที่ผมเองอยู่ที่บุ่งคล้าเข้าปีที่ 4 แล้วพบว่า สภาพอากาศที่บุ่งคล้า ไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่นัก
หาดที่โผล่…เปลี่ยนทิศทาง สะท้อนให้เห็นว่าทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนใช่หรือไม่ ก็คงมีหลายปัจจัย แต่สิ่งที่เห็นชัดๆ คือ แม่น้ำโขงแห้งเร็วมาก ได้จะเห็นได้จากวิดิโอ ถ่ายวันที่ 4 พฤศจิกายน 2553
ถึงแม้ลมที่อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย จะพัดกระำหน่ำ คล้ายๆ กับพัทยาเลยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรในตอนนี้ แต่สิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อมก็คือ เม็ดทรายที่จะมาพร้อมกับลมหากแม่น้ำโขงแห้งลงนั่นเอง
ร้านค้า ร้านอาหารบริเวณริมฝั่งโขง ได้รับผลกระทบ ก็ต้องประยุกต์รูปแบบการขาย โดยส่งถึงบ้านแทน….อย่างไรก็ดี อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคายยังคงเป็นพื้นที่พิเศษ ที่อากาศไม่หนาวเย็น แต่เย็นเพราะแรงลมเสียมากกว่า…..
ก็ขอให้ทุกท่านผ่านหน้าหนาว ด้วยสุขภาพแข็งแรง
ลิขสิทธิ์แห่งออกซิเจน และมันสมอง

คำกล่าวบอกเล่าผ่านฝีปากแห่งผู้บริหารหลายๆ ท่านที่แวะเวียน มาเยี่ยมเราชาวอำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย ที่ต่างเอ่ยพ้องต้องกันว่า ที่บุ่งคล้า ออกซิเจนเยอะดี บนเหนือผิวเปลือกโลกที่เป็นที่ราบก็เยอะหมดละเธอเอ๋ย เพียงแต่ ที่บุ่งคล้าเยอะกว่าใครเค้าก็แค่นั้น ด้วยสันเขาผนวกสันภู ที่ขนาบข้างเป็นปล่องแห่งลมพัดพริ้วโบกให้สัมผัส ความชื่นชุ่มแห่งความเย็นแบบธรรมชาติ ลองหลับตา สัมผัสปานอยู่ท่ามกลางทะเลที่ประจวบ ….เอ่อเริ่มเว้อละ
ในความคิดส่วนตัวแล้ว การดำรงชีพ การงาน หรือแม้กระทั่งครอบครัวที่บุ่งคล้า ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ด้วยเหตุชะตาที่เราเป็นคนกำหนดให้เคลื่อนเลื่อนผ่านไป ใครก็ฉุดไม่ได้ เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำ ที่แสนสุขในหมู่ประชาชนชาวอำเภอบุ่งคล้า และระแวกใกล้เคียง ที่หยิบยื่นมิตรภาพแห่งสัมพันธภาพให้อยู่เนืองๆ
กระแสอำมะหิต…เฮ้ย…กระแสความสุขหลั่งไหลไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้บางครั้งการก้าวเดินต่อ ทำให้เราไม่นิ่งเท่าที่ควร จะเกิดจากอะไรนั้น คงเป็นความผูกพันในเบื้องต้น ผู้อ่านแซวว่าหลังไหล ก็ไม่ถึงขนาดนั้น เพียงแค่ระยะเวลาติดตรึง ยึดเหนี่ยวให้พร่ำก็แค่นั้น ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก
ระยะทางแห่งฝัน ที่บางครั้งก็ไม่ต้องสัมพันธ์กับแนวคิด ขอเพียงติดสอยห้อยตาม แนวทางแค่นั้นก็อาจสำเร็จได้โดยง่าย พูดมาถึงจุดนี้แล้ว ผู้อ่านเริ่มเหนื่อยแล้วใช่ไหม เพราะผู้เขียนเองก็เริ่มเหนื่อยที่จะพิมพ์แล้วเช่นกัน เหอะ
โพสนี้ไม่ได้ต้องการสะท้อนความเป็นไปอะไรมากมาย เพียงฝากสะท้อน บอกกล่าวถึง ท่านที่ใช้บทความในบล็อกนี้ ได้บอกเล่า บอกกล่าวแหล่งที่มาก็แค่นั้น ผมในนามคนไกลถิ่น ที่ขออาศัยใบบุญแห่งบุ่งคล้ามหานครในดวงใจ หม่นป่าเขียวดงชื่น ให้ชีวิตได้ก้าวเดินต่อไป
ผมมีเวลาในการเขียนบล็อกแห่งนี้น้อยมาก ….หากไม่ใช้ใจ คงไม่ได้อ่านกัน บล็อก เว็บที่ล้นมือ จนบางครั้ง อยากมอบบล็อกนี้ให้กับเจ้าของพื้นที่ แต่ยังคิดอยู่ว่าจะมีกระบวนการจัดสรรอย่างไร ก็เท่านั้น….
ภาพจาก : http://gotoknow.org/blog/fhonkawaii/357802